วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ต้อนรับลมหนาวนี้ที่เชียงใหม่กับ 9 สถานที่ที่ใกล้กับตัวเมืองเชียงใหม่ที่คุณไม่ควรพลาด




9   ส  ถ า น ที่ ที่ ใกล้ เ กิ น จ า ก ตั ว เ มื อ ง  เ ชี ย ง ใ ห ม่ 
ที่ คุ ณ  ไ ม่ ค ว ร พ ล  า ด

     ใกล้เข้ามาแล้วกลับฤดูหนาวที่หลายคนรอคอย  ฤดูหนาวเป็นอีกช่วงที่หน้าเที่ยวที่สุด นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมจะเริ่มตื่นตัวและหาสถานที่เพื่อที่จะไปสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น (ยิ่งเย็นก็ยิ่งท้าทาย) ปัจจุบันมีสถานที่ต้อนรับลมหนาวเยอะแยะมากมาย เช่น อุทยานแห่งชาติเขาค้อ, อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, อุทยานแห่งชาติภูเรือ และอีกมากมาย



      แต่ที่เป็นพระเอกของงานในทุกๆปีในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาวก็เห็นจะเป็น  โซนภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ วันนี้รีวิวชิวๆ  จะพาทุกท่านไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่หลายๆ สไตล์ ที่ไม่ใช่แค่ภูเขาธรรมชาติ แต่ก็สามารถเดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินในช่วงฤดูหนาว  (วันนี้เราจะขออธิบายด้วยภาพน่ะครับ)

ไ ป ดุ กั น ว่ า เ ป็ น ที่ ไ ห  น บ้ า ง . . . . ไ ป โ ล ด 


1 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 

าน แค่ชื่อก็ต้องนึกถึงคำว่า "สูงสุดแดนสยาม" สำหรับดอยอินทนนท์ที่ยอมรับก้คือเรื่องของความหนาวเย็นที่สุดยอดๆ จริงๆ สำหรับฤดูหนาว (ช่วงกลางคืนนะขอบอก) และเสน่ห์สำคัญท่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นครั้งแล้วครั้งเล่า น่าจะเป็นเพราะความสวยงามทางธรรมชาติ ตั้งแต่ทางขึ้นเลย (ไปมาแล้วนะ) รับรองเลยว่ามีธรรมชาติของป่าที่หลากหลายมาก ทั้งป่าดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ รวมถึงสีสันของดอกไม้นานาพรรณ สัตว์ป่าหลากชนิด โดยเฉพาะนกพันธุ์หายาก ที่สำคัญในช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมดอยเกือบทั้งวัน และบางครั้งจะมีน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ตามต้นไม้ใบหญ้า - See more at: http://www.thaiticketmajor.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7/10-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7-151.html#sthash.7BOP5DlS.dpuf








2 ดอยสุเทพ






3 ม่อนแจ่ม 





4 ขุนวาง





5 ขุนช่างเคี่ยน







6 มหาวิยาลัยเชียงใหม่ (มช) และอ่างแก้ว







7  วัดเจดีย์หลวง





พิพิธภัณฑ์ ๓ แห่ง กลางเชียงใหม่




9 ถนนคนเดิน เช่น ถนนคนเดินท่าแพ, ถนนคนเดินวัวลาย





วันนี้เป็นการแนะนำเสนอที่ส่วนนัดกท่องเที่ยวทันไดที่ยังไม่เคยไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ปีนี้ที่เชียงใหม่รอคุณอยู่ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวครับ


(ส่วนใครที่สนใจในสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงลึก  ทางรีวิวชิวๆ ก็ได้รีวิวแต่ละสถานที่ชนิดที่ว่าดูแล้วไปถูกแน่นอน  ก็ต้องติดตามกันต่อไปเร็วๆนี้คราบบบบ)

ติดตามได้ที่  : https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%86-800933506682330/timeline/?ref=hl
 
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

"สวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา" สุดยอดศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่



ส ว น เ ฉ ลิ ม พ ร ะ เ กี ย ร ติ 5 5 พ ร ร ษ า

   สวนเฉลิมพระเกีรติฯ 55 พรรษา"  ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรมวิชาการเกษตรจัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 55 พรรษา ในปีพ.ศ.2553 สวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา เป็นศูนย์รวบรวมพรรณไม้หายากจากภูมิภาคต่าง ๆ นำมาปลูกเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. ใครว่างไปชมกันได้ครับ

ไ ป ช ม ภ า พ กั น ค รั บ .  . . .ไ ป โ ล ด



"ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่
  สำหรับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถที่จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้ โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดไกล ๆ กรมวิชาการเกษตร   ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพรราชดำริทฤษฎีใหม่ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มา เป็นแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่ดินและน้ำ ร่วมกับผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการผลิตพืชทั้งระบบ เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม ง่ายต่อความเข้าใจของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้ ภายในมีแปลงสาธิตการปลูกพืชชนิดต่างๆ บ่อเลี้ยงปลา นาข้าว สวนไม้ผล สวนสมุนไพร พันธุ์ไม้หายาก และอื่นๆอีกมากมาย

ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่นี้   ภายใน "สวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา"   แบ่งสัดส่วนการใช้พื้นที่ดินตามหลักทฤษฎีใหม่ คือ 30 : 30 :30 : 10 กล่าวคือ
         

 30 ส่วนแรก     เป็นสระน้ำ สำหรับเก็บกักน้ำในฤดูฝนเพื่อไว้ใช้เพาะปลูกในฤดูแล้ง ในสระน้ำเลี้ยงปลาและกบ







 30 ส่วนที่สอง   เป็นพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อเก็บผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน


30 ส่วนที่สาม   ใช้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ สมุนไพร เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน











มุมนี้จะเป็นมุมที่ทุกคนพลาดไม่ได้ครับหากมาชม เพราะนอกจากสวยงามแล้วยังมีการปลูกพืชที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวลงตัว 


          10 ส่วนสุดท้าย  ใช้เป็นที่ปลูกสร้างบ้านที่อยู่อาศัย ยุ้งฉาง และโรงเรือนเพาะเห็ด 







นอกจากนี้ยังมีอีกมุมสำหรับคนที่ชื่นชอบกล้วยไม้ ที่นี้ก็มีกล้วยไม่สวยๆ หลายสายพันธุ์จำนวนมากพร้อมที่จะให้ทุกคนได้ชมกันอย่างจุใจ



 

ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณได้ที่
http://reviewchillchill.blogspot.com/   หรือที่  https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%86-800933506682330/timeline/?ref=hl

 

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เรียนจบแล้วไม่ทำงาน เพราะผมกำลังทำเงิน (ตอนสุดยอดปลาสวยงามทำเงิน)

ส  วั ส ดี ค รั บ

      วันนี้ผมจะพาทุกๆท่านไปรู้จักกับ ชายหนุ่มอายุ 23 กับธุระกิจปลาสวยงาม(ปลาหมอสี) ที่เขาไม่เคยรู้จักและไม่เคยสัมผัสมาก่อน  แต่ทว่าวันนี้เขามีธุระกิจเป็นของตัวเองและธุระกิจที่เขาทำกำลังไปได้สวยเพียงแค่ในระยะเวลา 2 ปี รายได้สวยขนาดไหนหนะหรอ ขนาดที่เรียนจบออกมาแล้วไม่ต้องไปทำงาน แต่มีเงินใช้และส่งให้คนที่บ้านได้สบายๆ (คุณหนึ่งแอบกระซิบมาครับว่า  เดือนๆอย่างต่ำก็ 3-5 หมื่นบาทเลยหละครับ)
       
        วันนี้เราจะไม่เจาะชีวิตและประวัติของ Nung Crossbreeds Thailand  มากแต่จะมาดูการทำงานและปลาที่เค้าใส่ใจเลี้ยงเพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้บริโภค ทั้งในและต่างประเทศ  ทำให้มีลูกค้าในต่างประเทศเข้ามาซื้อหาชนิดที่ว่า ออกค่าส่งเองเลยทีเดียว





(ปลาที่คุรหนึ่งเคยเลี้ยงไว้  สวยๆทั้งนั้นครับ)


     

 (กำลังจะรับปริญญาเดือน ตุลาคม58 นี้)
   ชื่อเล่น หนึ่ง  อายุ 23 เรียนที่คณะวนศาตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คนในวงการปลาสวยงาม เรียกกันว่า : Nung Crossbreeds Thailand

   เราไปดูกันครับว่ากว่าจะมาเป็น Nung Crossbreeds Thailand ได้ในระยะ 2 ปีทำอะไรบ้างและปลาที่บอกว่าสวยนั้นสวยแค่ไหน

ไ ป ช ม ภ า พ กั น. . . . ไ ป โ ล ด



(เจ้าของกิจการตัวจริง 5555)


        คุณหนึ่งบอกว่าเริ่มแรกเลยที่เข้าธุระกิจนี้ได้  เพราะแค่อยากจะเอามาเลี้ยงดูเล่น  ก็เริ่มจากไปเดินดูปลาที่ตลาดนัดจตุจักร โซนที่เค้าขายปลา เดินบ่อยๆ ทุกๆวันเราจะเริ่มรู้ว่า...ปลาอะไรที่ได้รับความนิยมและซื้อที่ไหนจะได้ปลาสวยๆ
         (รีวิวชิวๆ ขอฝากไว้เป็นข้อคิดว่า "บางอย่างเราก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนอะไรหลัง แต่เคล็ดลับคือ คิดอันไหนได้ก่อนก็ทำอันนั้นเลย อย่าช้าที่จะทำเพราะ แม้เรื่องราวที่ฝันจะงดงามมากกว่าความจริง ความจริง แต่ 1 ก้าวในโลกแห่งความจริงมีค่ามากกว่า 100 ก้าวในความฝัน")




แหล่งที่มาและสายพันธุ์ถือเป็นปัจจัยหลัก ถือว่าเป็นหัวใจของธุระกิจนี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะถ้าเรามีพ่อแม่ที่สวยโอกาสที่ลูกจะออกมาเลยก็มีมากครับ แต่มีอีกอย่างที่สำคัญเช่นกัน  คือ  เราจะต้องรักในสิ่งที่เราทำและมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนั้นมากกว่าคนอื่นทั่วไป




เรื่องที่ยากมากๆของการทำปลาสวยงามก็คือ การตีคอกปลาหรือการทำให้ได้ลูกปลาออกมาได้คุณภาพ











การส่งปลาแต่ละครั้งต้องใส่ใจในความละเอียดให้มากเพราะเราส่งทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศปลาที่เราจัดส่งเราจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หากมีการเสียหายนั้นหมายถึงเราอาจจะเสียลูกค้าได้ครับ



 เวลาไปส่งปลาก็ง่ายๆ แบบนี้เลยครับ (รถคันนี้พึ่งออกมา สดๆ ใหม่ๆ  เงินจากการใส่ใจในสิ่งที่ทำนี้แหล่ะครับ  วันนี้ไปก่อนน่ะครับขอให้ทุกคนเจอกับความฝันของตัวเองที่ไม่ใช่แค่ในใบปริญญา)


ข้อมูลจาก  Nung Crossbreeds Thailand
ติดตามได้ที่ : https://www.facebook.com/ariyawat.sanguanwong

และติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้อีกที่ : http://reviewchillchill.blogspot.com/  
หรือ เพจรีวิวชิวๆ :  https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0…/…/…


ความเป็นมา เมื่อปี 201ที่เริ่มก้าวเข้ามาสู้ธุระกิจการเกษตรอย่างจริงจัง ด้วยการทำไร่กระเจี๊ยบแดงที่ประเทศลาว และได้ขยายฐานการผลิตเข...