วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สุดยอดการฝึกงานที่แปลก โหด มัน ฮา ที่สุด จนคุณต้องทึ่งและอิจฉาของเด็กวนศาสตร์


วนศาสตร์ คืออะไร ?

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับคณะวนศาสตร์  ว่ามีความเป็นมายังไงและคณะวนศาสตร์เรียนเกี่ยวกับอะไร 
      

   คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มีวิวัฒนาการมาจาก "โรงเรียนป่าไม้" เปิดสอนในสาขาวิชาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การอนุรักษ์ป่าไม้ รวมถึง การจัดการลุ่มน้ำ โดยทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก  ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน
      
ประวัติ

       คณะวนศาสตร์ วิวัฒนาการมาจาก "โรงเรียนการป่าไม้" ของ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตราธิการ เปิดสอนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 ที่จังหวัดแพร่ โดยในระยะแรกได้ใช้หลักสูตรการศึกษา 2 ปี ผู้ที่เรียนจบตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรการป่าไม้ ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2482 ได้โอนมาอยู่ในสังกัด "วิทยาลัยเกษตรศาสตร์" พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อจาก "โรงเรียนการป่าไม้" เป็น "โรงเรียนวนศาสตร์" โดยจะรับนิสิตเฉพาะผู้ที่สำเร็จจาก "โรงเรียนเตรียมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แม่โจ้"เท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงหลักสูตรจาก 2 ปี เป็น 3 ปี โดยผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับอนุปริญญาวนศาสตร์ และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "วิทยาลัยวนศาสตร์" โดยรับนิสิตผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาโดยทั่วไปเข้าศึกษา ด้วย 
อ่านเพิ่มเติมที่ : http://www.forest.ku.ac.th/quota/index.php/about-kuff

    คณะวนศาตร์มีที่ฝึกงานเป็นของตัวเองซึ่งถือว่าเยอะมากแต่ละที่ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป สถานที่ฝึกงานของเด็กวนศาสตร์นี้แหล่ะที่จัดว่าเป็นทีเด็ด และเป็นด่านสุดหินและสุดโหดทั้งขึ้นเขาลงห้วย  เรียกได้ว่าผ่านการฝึกมาก็กลายเป็นคนเหล็กกันเลยทีเดียว   เรามาดูว่าสถานที่ฝึกงานของเด็กวนศาสตร์  อยู่ที่ไหนกันบ้าง



สถานีฝึกนิสิตวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
สถานีฝึกนิสิตห้วยทาก จังหวัดลำปาง
สถานีฝึกนิสิตหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สถานีฝึกนิสิตดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่
สถานีวิจัยและสถานีฝึกนิสิตวนศาสตร์บางม่วง จังหวัดพังงา

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.forest.ku.ac.th/forestry/th/institute_campus.php


วันนี้เราจะขอนำเสนอสถานที่ฝึกงาน 3 ที่ ที่เด็กวนศาสตร์ส่วนใหญ่ได้สัมผัสมา

สถานีฝึกนิสิตวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา



บรรยากาศในสถานี้ฝึกนิสิตวังน้ำเขียวค่อนข้างที่จะเย็นและอากาศดีตลอดทั้งปี  เพราะมีป่าไม้ล้อมรอบทั้งสี่ด้านตัวบ้านพักแบ่งออกเป็นสองโซน  คือโซนบ้านปูน(บ้านพักของนิสิตหญิง)กับโซนบ้านไม้(บ้านพักนิสิตชาย) 




บ้านพักนิสิตหญิง






บ้านพักนิสิตชาย จะแบ่งออกเป็นหอชายใกล้ กับหอชายไกล (ซึ่งแต่ละที่นั้นมีประวัติที่ได้ยินแล้วต้องขนลุก  ล้อมรอบบ้านพักจะเป็นป่าทั้งหมด  มีต้นยางนาต้นใหญ่มากยืนต้นอยู่ติดกับห้องน้ำชาย  เวลาปวดฉี่ตอนดึกๆ...ก็ต้องชวนเพื่อนไปด้วย )





ระหว่างทางจากบ้านไปหาโรงอาหารจะมีฝายกั้นน้ำซึ่งเป็นที่นั้งยอดฮิตของเด็กวนศาตร์หลังจากเสร็จจากงาน








บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบน่าอยู่มาก


ห้องเรียนธรรมชาติ













สถานีฝึกนิสิตห้วยทาก จังหวัดลำปาง



















สถานีฝึกนิสิตหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์































       เป็นไงกันบ้างกับสถานที่ฝึกงานของนิสิตวนศาสตร์  ดูแล้วน่าอิจฉามากๆ  แต่เรื่องราวที่เราจะนำเสนอจริงๆ  กำลังรอเราอยู่กับสุดยอดการฝึกงานที่แปลก โหด มัน ฮา ที่สุด จนคุณต้องทึ่งและอิจฉาของเด็กวนศาสตร์


   เริ่มกันที่โหด . . . .ไปโลด 

1 เริ่มจากการเดินทางไปฝึกงานที่ เช่น สถานนีฝึกนิสิตห้วยทากจะต้องวางแผนการเดินทางกันเอง  อาจารย์จะไม่ยุ่งเกี่ยวและจะไม่หารถให้คุณ คุณจะต้องหารถเองออกเงินกันเอง ซึ่งการเดินทางที่นิสิตทุกคนเลือกก็คือ ทางรถไฟซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดและปลอดภัย และจะต้องไปถึงในเวลาที่อาจารย์กำหนดไม่อย่างงั้นจะโดนหักคะแนนหรืออาจจะไม่ได้ฝึกต่อ







2. หญิงและชายเท่าเทียวกัน
          เมื่อคุณไปถึงสถานีฝึก  ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผูชายคุณจะต้องทำเหมือนกันและเท่ากันทุกอย่าง  เช่น  ปีนเขา หรือ เดินขึ้นเขาเป็นระยะทางไกลๆหลายกิโลเมตรพร้อมกับแบกสัมภาระของตัวเองและของกลุ่ม  หรือแม้กระทั่งตัดไม้ถางป่า แบกไม้ขนไม้












3 กิจกรรมสุดโหดสุดท้ายที่จะนำเสนอคือ  การปลูกป่า
         กิจกรรมนี้เป็นการตัดไม้ยูคาที่เคยปลูกเพื่อปรับปรุงดิน  เนื่องจากดินแถบนี้ในอดีตปลูกพืชไม่ขึ้นเลยต้องเอาไม้ที่โตเร็วและกินน้ำน้อย  อย่างยูคามาปลูก (ซึ่งแต่ละรุ่นจะต้องตัดไม้ยูคาจำนวนกว่า 10 ไร่ในเวลาที่อาจารย์กำหนดให้เสร็จ)  ซึ่งเป็นงานที่หินมากเพราะในแปลงยูคาเต็มไปด้วยวัชพืชและหนาม พอตัดเสร็จจะต้องขนไม้ยูคาขึ้นรถช่วยกันแล้วเอาไปขายเงินที่ได้อาจารย์ก็จะมอบให้นิสิตรุ่นนั้น (เป็นของขวัญการทำงาน)  หลังจากนั้นจะต้องเผาและทำลายยูคาให้ตายและเริ่มขุดหลุมแล้วนำกล้าไม้มาปลูกทดแทนเพื่อที่จะปลูกป่าและรดน้ำถึงจะเสร็จกิจกรรม  ก็กินเวลาไปหลายวันเลยทีเดียว



















ต่อมาคือ. . . มัน. . . ฮา. . . 

1 เช่น กิจกรรมดับไฟป่า
         กิจกรรมนี้เด็กวนศาสตร์ทุกคนจะตื่นเต้นกำการเรียนมากเพราะเป็นการปฎิบัติงานจริง คือ มีการจำลองเหตุการณ์จริงในกรณีเกิดไฟป่าในพื้นที่ที่ตัวเองทำงานหรือรับผิดชอบ  อาจารย์ก็จะมีการสอนการวางแผนงาน การแบ่งหน้าที่  และการเข้าไปดับไฟ ซึ่งจะต้องมีความชำนาญเป็นอย่างมากเราไปชมภาพกันเลยครับ




























2 กิจกรรมที่สนุก..มัน..ฮา..หลายๆกิจกรรมส่วนมากจะเป็นการเรียนนอกห้องเรียนซึ่งมีเยอะมาก  แต่ละวิชาก็จะแตกต่างกันออกไป. . . 

       การฝึกงานจะตื่นแต่เช้ามาเคารพธงชาติ  จากนั้นจะมีกลุ่มที่รับเป็นเวรพากล่าวสวดมนต์และพาออกกำลังกาย ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมก่อนที่จะออกไปเรียนนอกห้อง




กิจกรรมดูงานนอกสถานที่ (เน้นเที่ยว 5555)













การเรียนนอกห้อง  เช่น เรื่องสัตว์ป่า เรื่องแมลง 










หรือแม้กระทั่ง การออกรีลาในเวลาทำงาน (เด็กวนศาตร์ไม่เคยกลัวเหนื่อยกลัวอย่างเดียวคือ กลัวไม่ได้สนุก)





กิจกรรมหลังจากทำงานเสร็จ










และที่ขาดไม่ได้ที่ถือว่าเป็น เสน่ห์อย่างมากของการฝึกงานของเด็กวนศาสตร์ก็คือ . . . การสอบที่ไม่เหมือนใคร. . .

เป็นการสอบที่ชิวมาก








หรือว่าจะเป็นการสอบ แล็บกริ๊ง. . . ก็น่ารักไปอีกแบบ 











ช่วง รีวิวชิวๆขอฝาก.......
         จากกิจกรรมทั้งหมดที่ทางรีวิวชิวๆ  ได้นำเสนอเรื่องราวการฝึกงานของเด็กวนศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่หลายต่อหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก หรือพึ่งเคยได้ยินแต่ในทางกลับกันวนศาสตร์กลับเป็นศาสตร์ที่มีมาเนิ่นนานตั้งแต่ในอดีต และถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ปัญหาเรื่องป่ากับคนยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น แล้วถามว่านั้นคือหน้าที่ของใคร. . .ที่จะต้องดูแลป่าของชาติ นิสิตวนศาสตร์เพียงไม่กี่ร้อยคน หรือ มันคือหน้าที่ของเราทุกคน


       คงต้องปิดท้ายกันด้วยภาพที่น่ารักที่สุด. . .ภาพนี้ครับ ครั้งหน้าเจอกันใหม่กับรีวิวชิวๆ


ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก
ที่มา : Nattatoys Toypan   
          Feaw Boat  
          Kochchakrit Planisong
          Arpatsa Biiz
          Pichit Bas Lumyai
          Pimpa Toaim
          Tor Meksuksai
          Ton Kradadplao
          Weerayut Bunpeng


วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สูตรเด็ด...วิธีการทำและการใช้น้ำสกัดมูลสุกรในไร่มันสำปะหลัง



        วันนี้รีวิวชิวๆ  จะมาแนะนำวิธีการทำและการใช้น้ำสกัดมูลสุกรในไร่มันสำปะหลัง  



ข้อมูลภาพจาก : http://www.ku.ac.th/e-magazine/sep50/agri/pig.htm

         ผมเชื่อว่าเกษตรกรหลายท่านคงเคยใช้ใช้น้ำสกัดมูลสุกรในไร่มันสำปะหลังกันบ้างแล้ว  แต่ก็มีเกษตรกรหลายๆท่ายที่ยังไม่รู้จักสกัดมูลสุกร (หรือน้ำสกัดขี้หมู)  ซึ่งจากงานวิจัยจาก (สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาการผลิตปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)  โดย รศ. อุทัย คันโธ

      
วิธีการทำ

    การเตรียมน้ำสกัดมูลสุกรเพื่อใช้เป็นปุ๋ยกับพืชนั้น เพียงแค่นำมูลสุกรแห้งบรรจุลงในถุงไนลอนหรือมุ้งเขียว แล้วแช่ในน้ำ ในอัตราส่วนมูลสุกร 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ปิดฝาถังให้สนิท และหมักไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นยกถุงที่บรรจุมูลสุกรออกจากถัง นำน้ำสกัดส่วนใสที่ได้มาเจือจางกับน้ำในอัตราส่วน น้ำสกัดมูลสุกร 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อใช้รดดินและฉีดพ่นทางใบ ส่วนกากมูลสุกรที่เหลือก็สามารถนำไปทำปุ๋ยโดยการหว่านลงทางดินได้อีกด้วย








คลิปการทำน้ำสกัดจากมูลสุกร











ความเป็นมา เมื่อปี 201ที่เริ่มก้าวเข้ามาสู้ธุระกิจการเกษตรอย่างจริงจัง ด้วยการทำไร่กระเจี๊ยบแดงที่ประเทศลาว และได้ขยายฐานการผลิตเข...